จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 599
สำนักงาน ป.ป.ช.เตรียมเดินหน้าตรวจสอบเอกสารหลักฐาน จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการปราบปรามนายทุนจีนสีเทาที่ทำผิดกฎหมาย จากการเข้าจับกุมผับจินหลิง แล้วขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องหลายราย นำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กับพวกรวมจำนวน 107 นาย ที่มีพฤติการณ์เอื้อกลุ่มจีนเทา พร้อมย้ำ เจ้าหน้าที่รัฐควรตระหนักในความถูกต้อง และไม่ควรใช้อำนาจในทางที่ผิด ส่อทุจริต ฉุดความเชื่อมั่นของประเทศ

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการปราบปรามนายทุนจีนสีเทาที่ทำผิดกฎหมายในหลายกรณี รวมไปถึงการใช้คนไทยเปิดธุรกิจบังหน้า กรณีการเข้าจับกุมผับจินหลิง แล้วขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องหลายราย นำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีพฤติการณ์ในการให้การช่วยเหลือในการอนุญาตขออยู่ต่อในราชอาณาจักรให้กับกลุ่มนายทุนจีนสีเทาและชาวต่างชาติ ล่าสุดหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวฬุวัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นำโดย พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการกองบังคับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.ศฝร.บช.น.) นำสำนวนกรณีกล่าวหาอดีตผู้บังคับการตำรวจคนเข้าเมืองรายหนึ่งกับพวก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) รวม 107 คน ซึ่งสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอนแก่น อำนาจเจริญ ยโสธร หนองบัวลำภู อุดรธานี นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สกลนคร แพร่ เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช นนทบุรี ซึ่งเป็นหลายพื้นที่ทั้งภาค 4 และต่อเนื่องภาค 5 โดยมีการรับคำร้องเกี่ยวกับกรณีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนขออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และมีการเปลี่ยนแปลงการลงตราวีซ่า อ้างเหตุผลความจำเป็นว่าเพื่อปฏิบัติงานในมูลนิธิ สถานศึกษาของเอกชน ว่ามีการฝ่าฝืนหลีกเลี่ยงกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง ที่จะอนุญาตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้คนต่างด้าว อยู่ในราชอาณาจักรได้นานขึ้น เปิดให้คนต่างด้าวรวมกลุ่มกัน และเป็นกระบวนการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย

ซึ่งแหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า สำนวนที่ส่งมายังสำนักงาน ป.ป.ช. มีประมาณ 8,000 กรรม มีเอกสาร 139,000 แผ่น จำนวนผู้ถูกกล่าวหา 107 คน โดยส่งมาตาม มาตรา 61 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับสำนวนดังกล่าวไว้ เพื่อตรวจสอบว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ หากตรวจสอบพบว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็จะเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งคืนให้ สตช. ดำเนินการต่อหรือจะรับไว้ดำเนินการเองต่อไป
