จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 18
เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 นายจักรกฤช ตันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 ได้สั่งการให้กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 6 ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่เฝ้าระวังการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยทับเสลาและป่าห้วยคอกควาย ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีแผนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนงบประมาณ 905,628,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยมีกรมป่าไม้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และมีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขานครสวรรค์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่และร่วมเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณดังกล่าว
สำหรับกรณีการป้องกันผู้บุกรุกรายใหม่และเพื่อมิให้เกิดเป็นปัญหาใหม่หรือปัญหาทับซ้อน
ในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้น ที่ประชุมได้ให้ความเห็นว่า เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ ไม่สามารถนำมาจัดให้ประชาชนถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ได้ และทางสำนักงานที่ดินจังหวัดอุทัยธานีต้องดำเนินการตามมาตรา 71 และ 72 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กล่าวคือต้องดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมไปถึงมาตรา 79 ที่ให้สามารถแบ่งแยกที่ดินออกเป็นหลายแปลงหรือรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน และมาตรา 81 มาตรา 82 เกี่ยวกับการโอนมรดก เป็นต้น จึงไม่สามารถละเว้นในส่วนที่มีประชาชนขอยื่นคำร้องเพื่อแบ่งแยก แบ่งแปลง โอนสิทธิ ซื้อ ขาย ได้ เนื่องด้วยอาจถูกร้องเรียนกล่าวหาในการปฏิบัติหน้าที่ โดยกรอบข้อตกลงนี้จึงเป็นเพียงการให้หน่วยงานยึดถือปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่
ของรัฐดำเนินการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 จะติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
อย่างใกล้ชิดต่อไป
โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยทับเสลาและป่าห้วยคอกควาย เกิดขึ้นมาจากผลการวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติสูง มีป่าไม้และสัตว์หลากหลายพันธุ์ เหมาะสมที่จะสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นให้การสนับสนุน
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวมีความเสี่ยงในการกำหนดขอบเขตงาน (TOR) เนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งยากต่อการสำรวจและออกแบบ รวมทั้ง
เมื่อพิจารณาจากรูปแบบที่กำหนดพบว่าวัสดุ อุปกรณ์ บางรายการอาจต้องจัดหาจากต่างประเทศ ซึ่งยากต่อการรับรองผลคุณภาพ รวมทั้งความรู้ ความเข้าใจ ในการตรวจรับวัสดุของกรรมการตรวจรับงานจ้างก่อสร้างที่ต้องมีความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างนั้น แต่เบื้องต้นพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ไม่มีความรู้ด้านการก่อสร้างเป็นกรรมการตรวจรับงานจ้างก่อสร้าง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น ยังมีส่วนที่ต้องเฝ้าระวังในประเด็นการฮั้วประมูล เนื่องจากการก่อสร้างดังกล่าวมีรูปแบบเป็นการเฉพาะ