Contrast
Font
5eca79c9ae1ae872996621dd5acdc864.png

ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปป. และ อย. ร่วมจับขบวนการทุจริตเบิกยาหลวงมาจำหน่าย รวบแพทย์ผู้สั่งจ่าย-ตัวการใหญ่ พร้อมผู้ร่วมขบวนการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ลพบุรี และปราจีนบุรี

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 639

26/03/2568

ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปป. และ อย. ร่วมจับขบวนการทุจริตเบิกยาหลวงมาจำหน่าย รวบแพทย์ผู้สั่งจ่าย-ตัวการใหญ่ พร้อมผู้ร่วมขบวนการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ลพบุรี และปราจีนบุรี

 

วันที่ 26 มีนาคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมด้วย นายธนิต สุวรรณากาศ นักสืบสวนคดีทุจริตชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 1 เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และนักสืบสวนคดีทุจริตภาค 1 และภาค 2 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันดำเนินปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตการเบิกจ่ายยาของโรงพยาบาลองค์การทหารผ่านศึก จับกุมแพทย์หญิง หรือ น.ส. “บ” กับพวก 8 คน กรณีมีขบวนการทุจริตยาของโรงพยาบาล เพื่อนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก ระหว่าง ปี พ.ศ. 2561 ถึงปี พ.ศ.2568 โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิด คือ ร่วมกันกระทำในลักษณะของการวางแผนตระเตรียมการ ให้มีการจัดหาบุคคลที่มีอาการเจ็บป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์ มาทำที่เป็นตรวจรักษากับแพทย์หญิง หรือ น.ส.”บ” เพื่อจะได้สั่งจ่ายยาให้กับผู้นั้น และสั่งจ่ายยาที่เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริง โดย พันเอกหญิง หรือ น.ส. “ก” ทำหน้าที่จัดหาคนมารักษา แล้วนำยาดังกล่าวทั้งหมดไปขายตามคลินิกเพื่อนำเงินที่ได้มาแบ่งให้กับผู้ร่วมขบวนการในการทุจริตยาของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท

 

การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การทหารผ่านศึก ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ดำเนินการคดีกับขบวนการทุจริตยาของโรงพยาบาลทหารผ่านศึก เพื่อนำไปขายต่อให้กับบุคคลภายนอก หลังพบว่ามีการทุจริตมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการมี พ.อ.หญิง กัญญารัตน์ เป็นหัวหน้าขบวนการ วางแผนตระเตรียมให้แม่ข่ายจัดหาบุคคลมาพบแพทย์ ทำทีตรวจรักษากับแพทย์หญิงบรินดา เพื่อที่แพทย์หญิงบรินดาจะได้สั่งจ่ายยาให้กับผู้นั้น และสั่งจ่ายยาที่เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริง ก่อนจะรวบรวมยาทั้งหมดแล้วนำไปขายให้เอเย่นต์ที่จังหวัดปราจีนบุรี จากนั้นมีการขายยาต่อมายังเอเย่นต์ที่ย่านพระราม 4 จากนั้นนำยาไปขายต่อให้ร้านยาในกรุงเทพหลายร้านและชลบุรี จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ พ.อ.หญิง กัญญารัตน์ พบในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2561 -2568 มีเงินถูกโอนเข้าบัญชีรวมกว่า 40 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายจากการทุจริตดังกล่าวขณะนี้ มีการประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 80 ล้านบาท

 

ซึ่งการดำเนินการนี้ ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ประกอบด้วย พ.อ.หญิง กัญญารัตน์ฯ พญ.บรินดาฯ นายสมพงษ์ และ น.ส.สุรีย์ ส.อ.สมปราช และ ร.ต.ภาวนา จ.ส.อ.ทินกร และ นางอภิญญา และได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจค้นร้านขายยาต้องสงสัยในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ชลบุรี แจ้งวัฒนะ ศิริราช ประตูน้ำ นนทบุรี และรังสิต

 

หลังพบพยานหลักฐานว่า พ.อ.หญิง กัญญารัตน์ นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว เนื่องจากเป็นหัวหน้าขบวนการทำหน้าที่จัดหาเครือข่ายบุคคลจากจังหวัดลพบุรี เข้ามารับยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึกและนำยาทั้งหมดที่ได้ให้กับแม่ทีมเครือข่ายเพื่อแลกกับค่าจ้างร้อยละ 10 ของค่ายา ซึ่งแม่ทีมเครือข่ายจะได้       ค่าจ้างรายหัวอีกรายละ 1,500 บาท นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญอีกหนึ่งจุด คือ บ้านพักของแพทย์หญิง บรินดาฯ ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยตัวของแพทย์หญิงบรินดาเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการ เนื่องจากเป็นคนทำหน้าที่สั่งจ่ายยา โดยการวินิจฉัยโรคให้เกินจากโรคที่เป็นอยู่จริงให้กับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ป่วยที่เข้ามารับยาในขบวนการนี้

 

ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการขจัดขบวนการทุจริตที่ทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณอย่างมหาศาล ซึ่งคาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายมากกว่า 80 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใสในระบบสาธารณสุขและการใช้สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ

 

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”

Related