จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 74
ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจ รวบผู้ถูกกล่าวหาร่วมมืออดีต ผบ.เรือนจำประจวบคีรีขันธ์ ผลิตสินค้าขายโดยมิชอบ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 7 (สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7) ร่วมกับ ตำรวจภูธรบางศรีเมือง รวบผู้ถูกกล่าวหาในการสนับสนุนอดีตผู้บังคับบัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลิตสินค้าที่บ้านพักราชการ จัดส่งจำหน่ายร้านภายในเรือนจำโดยมิชอบ
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 พ.ต.ต. ชัชนพ ผดุงกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 7 ได้มอบหมายให้กลุ่มงานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 ร่วมกับ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง ลงพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุมตัวนางสาวปวีณา ศานต์ฤทัยกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.1/2568 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, มาตรา 152, มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
โดยนางสาวปวีณา ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐผู้หนึ่งเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ร่วมมือหรือรู้เห็นและยิมยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวให้ผู้ถูกกล่าวหาทำการผลิตสินค้าที่บ้านพักข้าราชการของตน แล้วจัดส่งจำหน่ายที่ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยไม่ชอบด้วยระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พ.ศ. 2513 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทำให้ทางราชการไม่ได้รับเงินรายได้ของร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง ได้รวบรวมข้อมูลจนสืบทราบถึงสถานที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหาที่จังหวัดนนทบุรี พนักงานเจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ในบริเวณใกล้เคียง เมื่อพบตัวผู้ถูกกล่าวหา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 พร้อมทั้งนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับกุม พิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกประจำวัน และนำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งไปยังสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 7 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
.......................................................
NACC and police arrest woman accused of colluding with former Prachuap Khiri Khan prison chief
The Office of the National Anti-Corruption Commission Region 7 (NACC Region 7), in cooperation with Bang Si Muang Police Station, arrested a woman accused of supporting a former chief of Prachuap Khiri Khan Provincial Prison in illegally producing goods at his official residence and distributing them to shops within the prison.
On April 20, 2026, Pol. Lt. Col. Chatchanop Phadungkan, Deputy Secretary-General of the NACC Region 7, assigned the anti-corruption investigation unit to cooperate with police officers from Bang Si Muang Police Station to arrest Ms. Paweena Sanruthaikul, a suspect wanted under an arrest warrant issued by the Criminal Court for Corruption and Misconduct Region 7, warrant number Jor 1/2568, dated February 14, 2025.
Ms. Paweena is accused of committing offenses as an accomplice to then-chief of Prachuap Khiri Khan Provincial Prison to produce goods at his government residence. The goods were then illegally distributed to the inmate welfare shops within Prachuap Khiri Khan Provincial Prison, violating the Department of Corrections regulations concerning inmate welfare shops. This resulted in the government not receiving proper income from the inmate welfare shops.
The NACC officers and the police gathered information and traced the accused’s workplace to Nonthaburi Province and arrested her. She was informed of the charges and her legal rights, and the arrest was carried out in accordance with the relevant laws.
The accused was then taken to the Anti-Corruption Investigation Division of Region 7, for further legal proceedings.
The accused is presumed innocent until proven guilty by a court judgment.
........................................................