Contrast
Font
225232ad034e9e40eb8c136e533d1452.jpg

ป.ป.ช. เดินหน้าความร่วมมือ กกร. – Zero Corruption แก้ปัญหาทุจริตอย่างเป็นระบบ

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 29

30/04/2569

ป.ป.ช. เดินหน้าความร่วมมือ กกร. – Zero Corruption แก้ปัญหาทุจริตอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. โดยสำนักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริมธรรมาภิบาล จัดประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.): คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และ เพื่อน ไม่ทน เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านการต่อต้านการทุจริตระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช. และ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าหารือพร้อมคณะ ณ ห้องนนทบุรี 3 ชั้น 3 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยระบุว่า “สำนักงาน ป.ป.ช. เน้นการทำงานเชิงรุกด้านการป้องกัน มากกว่าการปราบปราม เพราะการปราบปรามคือการแก้ที่ปลายเหตุ การหารือในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตต่อไป”

สำหรับการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ผ่านมา ได้มีการร่วมกับภาคเอกชนขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริต และ ผลักดันประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD โดยมีการปรับปรุงฐานความผิดเรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และฐานความผิดสำหรับนิติบุคคล ตามมาตรา 176 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงกฎหมายมาตรา 176 โดย OECD ได้ให้ความช่วยเหลือในการให้ข้อแนะนำและแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีในเรื่องดังกล่าวกับสำนักงาน ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิด และปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายเรื่องการชะลอการดำเนินคดีอาญาในชั้นไต่สวนสำหรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นกลไกการยุติคดีโดยไม่ต้องใช้กระบวนการในชั้นศาล (non-trial resolutions) ประเภทหนึ่งตามหลักการสากล กฎหมายดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความผิดในที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามปกติ

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐมีแนวปฏิบัติที่ดี เช่น ไม่รับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) และร่วมกับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ พัฒนาระบบต่อต้านคอร์รัปชันขององค์กรให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินตนเอง เพื่อพัฒนาระบบต่อต้านคอร์รัปชันของ CAC รวมทั้ง เชิญชวนให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อมสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ CAC มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ถึงปัจจุบันเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างเสนอ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนบรรษัทภิบาลเพื่อต่อต้านการทุจริตในภาคเอกชน เพื่อเป็นกลไกการขับเคลื่อนบรรษัทภิบาล ในการต่อต้านการทุจริตในภาคเอกชน อีกด้วย

โดยการประชุมหารือครั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนที่ตื่นตัวและขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง และเสนอแนวทางความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

• การสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการเอาผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนรวมถึงการใช้มาตรการผ่อนผันโทษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
• การร่วมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล และไม่พึ่งพาการให้สินบน
• การสนับสนุนการทำงานเชิงรุกของสำนักงาน ป.ป.ช. เช่น ศูนย์ CDC ศูนย์ร้องเรียนของเอกชนผ่านระบบ “แชตฟ้องโกงทันใจ - Corruption Watch” เพื่อให้การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักลงทุน
• การติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตและเสนอให้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินคดี (Timeframe) ที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

สำหรับการประชุมเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือกันของภาครัฐและภาคเอกชนของการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทย เพราะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถแก้ไขได้โดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว สำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสู่การสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ การลงทุน
และธรรมาภิบาลของประเทศ เพื่อสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและปลอดจากการทุจริตอย่างยั่งยืนต่อไป

Related