วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายปกครอง สุวรรณดารา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ภารกิจป้องกันการทุจริต ดำเนินกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) (ครั้งที่ 1) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอดหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (Empowering STRONG for Proactive Anti-Corruption : ESPAC) โดยได้กำหนดลงพื้นที่ติดตามโครงการท่าเรืออัจฉริยะจังหวัดพังงา (Phangnga Smart Pier) ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนและมีการแจ้งเบาะแสเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ โดยในที่ประชุมมีเครือข่ายภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพร้อมลงพื้นที่ ประกอบด้วย เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 นายอมรเทพ ปรีคำ รักษาราชการเเทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันเเละบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาและเจ้าหน้าที่ นายวิวัฒน์ สงวนพงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลกระโสมและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลรายละเอียดถึงความเป็นมาและสถานะการดำเนินการในปัจจุบัน ดังนี้

โครงการท่าเทียบเรืออัจฉริยะจังหวัดพังงา (Phang Nga Smart Piers) ณ ท่าเรือสุระกุล ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

ที่มาของโครงการและการจัดสรรงบประมาณ
เนื่องด้วยจังหวัดพังงามีเป้าหมายในเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดพังงาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเล จากการขยายตัวภาคธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเล ส่งผลให้การสัญจรในท่าเทียบเรือต่างๆ คับคั่ง และหนาแน่น อาจทำให้เกิดอุบัติภัยทางทะเล ดังเช่นเหตุการณ์เรือสำหรับ Driving ในจังหวัดภูเก็ต เกิดอุบัติเหตุจมในทะเลจนมีผู้สูญหายเกิดขึ้น ซึ่งมีปัจจัยปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจค้นหาและกู้ภัยในช่วงเหตุการณ์คือ จำนวนและข้อมูลของผู้โดยสารที่มีความสับสนและข้อมูลจากภาครัฐและเอกชนไม่สอดคล้องกัน จึงมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาบริหารจัดการ เช่น ระบบลงทะเบียนออนไลน์ ระบบตรวจสอบตัวตน (ยืนยันตัวตน) มาใช้ เพื่อดูแลความปลอดภัยและตรวจสอบนักท่องเที่ยวกรณีเกิดเหตุต่างๆ
จังหวัดพังงาจึงได้มีการเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 ณ จังหวัดระนอง ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2567 และได้ผ่านการเห็นชอบในหลักการของที่ประชุมฯ ได้รับงบประมาณ จำนวน 41,972,000 บาท ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เป็นหน่วยงานดำเนินโครงการฯ ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ท่าเรือสุระกุล ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เนื่องจากโครงสร้างและผังบริเวณท่าเทียบเรือสุระกุลมีความพร้อมในการติดตั้งระบบท่าเทียบเรืออัจฉริยะ โดยไม่ต้องดำเนินการก่อสร้างอาคารใหม่

ขั้นตอนการใช้บริการโครงการท่าเทียบเรืออัจฉริยะจังหวัดพังงา (Phang Nga Smart Piers)
1. ให้นักท่องเที่ยวใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางสแกนผ่านตู้อัตโนมัติ (Self Check-in Kiosk) ณ จุดลงทะเบียน เครื่องจะบันทึกข้อมูลอัตโนมัติและเครื่องบันทึกจะทำการสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวตน
2. เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้นจึงสแกนใบหน้าเพื่อตรวจสอบผู้เดินทางเข้า-ออกผ่านประตูเทียบท่าเพื่อลงเรือ

วัตถุประสงค์ในการดำเนินและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการฯ
1. เพื่อพัฒนาระบบท่าเรืออัจฉริยะให้มีระบบการตรวจสอบที่เป็นระบบเปิด ปิด อัตโนมัติ มีระบบการตรวจสอบ ควบคุม กำกับดูแลโดยนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการ
2. สร้างมาตรฐาน ความปลอดภัยมาใช้ในการรองรับการเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยว
3. สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
4. มีการกำกับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล

การดำเนินการภายหลังจากการดำเนินโครงการเสร็จสิ้น ได้มีการประสานไปยังเทศบาลตำบลกระโสมเพื่อรับโอนทรัพย์สินไปใช้ประโยชน์และบํารุงรักษา เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ในการดำเนินโครงการฯ ซึ่งสภาเทศบาลตําบลกระโสม ได้มีมติในการประชุมสภาเทศบาลตําบลกระโสม สมัยสามัญ สมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ไม่เห็นชอบให้เทศบาลตําบลกระโสม จัดทําบันทึกข้อตกลงระหว่าง หน่วยงานรับผิดชอบโครงการและหน่วยงานรับโอนทรัพย์สินไปใช้ประโยชน์และบํารุงรักษา (MOU) โครงการท่าเทียบเรืออัจฉริยะจังหวัดพังงา (Phang Nga Smart piers) เนื่องจากเหตุผลด้านงบประมาณ บุคลากร ภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา อีกทั้งอาคารสถานที่ติดตั้งโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นทรัพย์สินของเทศบาลตำบลกระโสม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาในฐานะเป็นหน่วยงานดำเนินโครงการจึงรับผิดชอบดูโครงการฯ จนถึงปัจจุบัน

ปัญหาที่พบ
1. มีการเปิดใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จำนวนนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ประชาชน ยังเข้าใช้บริการน้อย
2. ในระยะเริ่มแรกการลงทะเบียนผ่านตู้อัตโนมัติ (Self Check-in Kiosk) ยังมีความล่าช้า คือใช้เวลาประมาณ 1 นาทีต่อคน ซึ่งถือว่ามีความล่าช้าเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว
3. จุดขึ้น - ลง เรือมีจำนวนหลายท่า และบางกลุ่มทัวร์อาจไม่ได้กลับมาลงท่าเดิม เช่น ขึ้นจากท่าเรือพังงา ไปลงที่ท่าเรือ จังหวัดภูเก็ต ทำให้การใช้ระบบอัตโนมัติบันทึกการเข้า-ออกนักท่องเที่ยว ไม่บรรลุวัตถุประสงค์การใช้งานเท่าที่ควร
4. ยังขาดมาตรการ/แรงจูงใจในการดึงดูดให้ผู้ประกอบการนำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการที่ท่าเรือดังกล่าว

แนวทางการแก้ไขปัญหา
1. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาได้มีหนังสือไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้เข้าใช้บริการท่าเทียบเรืออัจฉริยะ พร้อมทั้งมีการเรียกผู้ประกอบการเข้าร่วมประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจ แนะนำวิธีการใช้งานระบบฯ และขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการนำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพื่เป็นการยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว
2. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการโครงการฯ และคณะทำงานพิจารณารูปแบบและการใช้งานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว ได้รับข้อเสนอจากระดับพื้นที่ว่า ควรปรับเปลี่ยนหรือลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นที่ใช้กรอกในระบบลงทะเบียนผู้โดยสาร ผ่านตู้อัตโนมัติ (Self Check-in Kiosk) เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้บริการ จึงได้มีการแจ้งไปยังผู้รับจ้างให้มีการลดขั้นตอนดำเนินการแก้ไข จนลดระยะเวลาในการลงทะเบียน จาก 1 นาที เหลือเพียง 15 วินาที พร้อมทั้งเพิ่มระบบการใช้งานเป็น 5 ภาษา และเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
3. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดพังงา เทศบาลตำบลกระโสม ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้งานมากขึ้น
4. ในระยะยาวมีแผนในการย้ายระบบทั้งหมดประกอบด้วย ตู้ลงทะเบียนอัตโนมัติ (Self Check-in Kiosk) และระบบเครื่องบันทึกสแกนใบหน้า ไปยังท่าเรือในพื้นที่ บ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เนื่องด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากกว่า ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาจุดวางระบบ เพื่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการฯ
โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา รับฟังและให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการฯ โดยควรมีการสร้างมาตรการหรือการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ประกอบการในการเข้ามาใช้บริการที่ท่าเรือฯ เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมีท่าเรือเป็นของตนเอง การที่ให้ผู้ประกอบการนำนักท่องเที่ยวมายังท่าเรือสุระกุลซึ่งเป็นพื้นที่ติดตั้งระบบดังกล่าวนั้น เป็นการเพิ่มการทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งหากไม่มีมาตรการหรือสิ่งที่สร้างแรงจูงใจ ทำให้อาจไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ หรือในระยะยาวหากมีการย้ายพื้นที่ติดตั้งระบบฯ ไปยังพื้นที่บ้านทับละมุ อาจจะขอใช้พื้นที่ของเอกชนในการติดตั้งระบบดังกล่าวเพื่อลดภาระในการบริการจัดการโครงการ/อาคาร สำหรับติดตั้ง ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาจะมีการประชุมคณะกรรมการฯ ในปลายเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งจะทำการรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะดังกล่าวเสนอในที่ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป