Contrast
9d439f8546dec4143b9a58269f36f528.png

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีตรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.สามควายเผือก จังหวัดนครปฐม กับพวก รวม 8 คน กรณีร่วมกันตรวจสอบแรงงานต่างด้าวว่ามีใบอนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเรียกรับเงิน จำนวน 15,000 บาท จากนายจ้างของแรงงานต่างด้าว เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม
จำนวนผู้เข้าชม: 193

21/01/2569

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีตรองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.สามควายเผือก จังหวัดนครปฐม กับพวก รวม 8 คน กรณีร่วมกันตรวจสอบแรงงานต่างด้าวว่ามีใบอนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเรียกรับเงิน จำนวน 15,000 บาท จากนายจ้างของแรงงานต่างด้าว เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2567

 

________________________

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ ร.ต.อ.นที พงษ์หาญพาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ด.ต.ชัยพฤกษ์ ผุยรอด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2  ด.ต.ประสูตร สายพร้อมญาติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3  ด.ต.ณรงค์ ห่อทอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4  จ.ส.ต.โรจน์ศักดิ์ คุ้มครอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5  ส.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตุ้มฉิม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6  ส.ต.ต.วุฒิชัย ศรีพูนพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7  และ ส.ต.ต.นันทวัฒน์ เอี่ยมจร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8  มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 และมาตรา 172  และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 (1) และ (6)

 

สำหรับความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มีคำสั่งที่ 602/2567 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ลงโทษไล่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ออกจากราชการ เป็นการเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2) และมาตรา 98 อีก  ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ทราบ

 

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ร.ต.อ.นที พงษ์หาญพาณิชย์ ด.ต.ชัยพฤกษ์ ผุยรอด ด.ต.ประสูตร สายพร้อมญาติ ด.ต.ณรงค์ ห่อทอง จ.ส.ต.โรจน์ศักดิ์ คุ้มครอง ส.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตุ้มฉิม ส.ต.ต.วุฒิชัย ศรีพูนพันธ์ และ ส.ต.ต.นันทวัฒน์ เอี่ยมจร ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) ต่อไป

 

จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

 

________________________

 

หมายเหตุ: การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 

Related