จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 25
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
ในสังคมที่ยุติธรรมต้องเป็นพื้นฐานสำคัญ การทุจริตในกระบวนการยุติธรรมถือเป็นภัยเงียบที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างร้ายแรง วันนี้ขอนำเสนอกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง เมื่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดำเนินคดี กลับใช้ตำแหน่งเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นผิด ผลลัพธ์คือโทษจำคุกตามกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กรณีศึกษา "การเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดี"
จำเลยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดประจำกรม สำนักงานอัยการจังหวัด ย. รับผิดชอบงานดำเนินคดีแพ่งและงานดำเนินคดีอาญาที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย จึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการดำเนินคดีและฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัด รวมถึงมีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในฐานะพนักงานอัยการเจ้าของสำนวน เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดี ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำเลยได้เรียก รับหรือยอมจะรับเงิน จำนวน 100,000 บาท จากนาง ส. เพื่อช่วยเหลือนาย ก. สามีไม่ให้ถูกลงโทษจำคุกในคดีข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 201 จำคุก 5 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน
**มาตรา 201 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
ความโปร่งใสต้องมาคู่กับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย ป.ป.ช. มีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง และข้อมูลใดที่สามารถปกปิดได้ มาดูกันครับ
การกำหนดให้ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นการเปิดเผยข้อมูลในแบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ รวมถึงคู่สมรส
และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 106 กำหนดให้ต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยไว้ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พ.ศ. 2561 ซึ่งข้อมูลการปกปิดนั้น ข้อ 5 ของประกาศดังกล่าวกำหนดให้กรณีที่ผู้ยื่นบัญชีเห็นว่าบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบระบุถึงรายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สินและภาพถ่ายทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นหรือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูลให้ผู้ยื่นบัญชีปกปิดข้อความในสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยเพื่อให้ผู้ยื่นบัญชีดำเนินการปกปิดข้อมูลในสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
ก่อนเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รู้หรือไม่? มีข้อมูลสำคัญที่ต้อง ‘ปกปิด’ เพื่อคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล ตามหลักเกณฑ์ที่ ป.ป.ช. กำหนด มาดูกันว่ามีข้อมูลใดบ้างที่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ
ข้อมูลที่ต้องปกปิดมีอะไรบ้าง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดให้ผู้ยื่นบัญชีดำเนินการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุ
ถึงรายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สิน ภาพถ่ายทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นหรือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบที่ต้องเปิดเผย
ทั้งนี้ ก่อนการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
ให้สำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการลบ ตัดทอนหรือทำโดยประการอื่นใดในสำเนาบัญชีทรัพย์สิน
และหนี้สิน และเอกสารประกอบเพื่อปกปิดข้อมูล ดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล
(1) เลขประจำตัวประชาชน
(2) วัน เดือน ปีเกิด
(3) ที่อยู่ (ปิดเฉพาะเลขที่บ้าน แต่ให้เปิดที่ตั้ง ตำบล อำเภอ)
(4) หมายเลขโทรศัพท์บ้าน และหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่
(5) อีเมล์
รายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สิน
(1) เลขที่บัญชีธนาคารหรือสถาบันการเงิน
รายละเอียดอื่น ๆ
(1) เลขประจำตัวประชาชน ผู้กู้ยืม
(2) เลขประจำตัวประชาชน ผู้ให้กู้
(3) ภาพถ่ายทรัพย์สินอื่น
(4) หมายเลขบัตรเครดิต
รายละเอียดเกี่ยวกับบุตร
(1) ชื่อ – ชื่อสกุล (เฉพาะบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
(2) อายุ (เฉพาะบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
(3) ที่อยู่ สถานศึกษา และที่ทำงาน (เฉพาะบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พ.ศ. 2561
ข้อ 5 กรณีที่ผู้ยื่นบัญชีเห็นว่าบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามข้อ 4
ระบุถึงรายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สิน และภาพถ่ายทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นหรือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูล ให้ผู้ยื่นบัญชีปกปิดข้อความในสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2567
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในข้อมูลส่วนบุคคลของข้อ 5 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พ.ศ. 2561
ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พ.ศ. 2561
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
รู้หรือไม่? การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน มีช่องทางให้ประชาชนตรวจสอบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายถึง 2 ช่องทาง ดังนี้
ช่องทางที่ 1 เปิดเผยสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบโดยประกาศ
ณ ที่ตั้งของสำนักงาน โดยมีระยะเวลาการเปิดเผยจำนวน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยทำการเปิดเผยดังนี้
1.1 ผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ ที่เปิดเผย ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง
เลขที่ 361 ถนนนนทบุรี ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000 ได้แก่
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
รวมถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง เช่น ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผู้บัญชาการเหล่าทัพสำหรับข้าราชการทหาร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด
ปลัดกรุงเทพมหานคร กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระ แต่ไม่หมายรวมถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
1.2 สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา รองนายกเมืองพัทยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เปิดเผย ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดที่หน่วยงานนั้น ๆ ตั้งอยู่
ช่องทางที่ 2 เปิดเผยเฉพาะสำเนาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยมีระยะเวลาเปิดเผยจำนวน 180 วันนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดต้องยื่นบัญชี ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช.
ผ่านทาง https://asset.nacc.go.th/dcs-app/
หากพ้นกำหนดระยะเวลาการเปิดเผยดังกล่าวแล้ว และมีผู้ประสงค์ขอตรวจดูบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก็สามารถขอดูและตรวจสอบได้โดยทำคำร้องเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อผู้บริหารหน่วยงานที่ครอบครองบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว ทั้งนี้ การตรวจดูไม่สามารถคัดถ่ายสำเนาเอกสารได้
คำเตือน
ห้ามผู้ใดนำข้อมูลไปเผยแพร่ ดังนี้
(1) เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย
(2) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า การโฆษณา นอกเหนือไปจากการนำเสนอข่าวสารเพื่อให้ข้อมูลต่อสาธารณะเป็นการทั่วไป หรือใช้เพื่อการสร้างหรือทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลใด
(3) เพื่อนำไปใช้ในการเชิญชวนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ที่เป็นเงิน เพื่อกิจกรรมทางการเมือง หรือเพื่อการกุศลประโยชน์อื่นใด
-------------------------------------------
เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่เรื่องของความสะดวกหรือความไว้ใจส่วนบุคคล หากแต่ต้องตั้งอยู่บนกรอบกฎหมาย ระเบียบ และข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด เพราะเพียงก้าวพลาดเล็กน้อย อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงทั้งต่อราชการและตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่เอง
"กรณีอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างโครงการก่อสร้างลานกีฬาเอนกประสงค์ ทั้งที่ยังก่อสร้าง
ไม่แล้วเสร็จ และไม่มีการตรวจรับ"
องค์การบริหารส่วนตำบล ก. ได้ทำสัญญาจ้างนาย ก. ก่อสร้างลานกีฬาเอนกประสงค์ ราคาค่าจ้าง 498,500 บาท โดยมีกำหนดส่งมอบงานจ้างภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ซึ่งลักษณะของสัญญาเป็นสัญญาจ้างทำของ การเบิกจ่ายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนแห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อในฐานะหัวหน้าหน่วยงานคลัง และปลัด อบต. จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในฐานะนายก อบต. ผู้อนุมัติฎีกา ซึ่งหน่วยงานผู้เบิกไม่ได้ลงลายมือชื่อในใบรับรอง และไม่ได้ลงลายมือชื่อในหน้าฎีกาในฐานะหัวหน้าหน่วยงานผู้เบิก อีกทั้งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีไม่ลงลายมือชื่อผู้ตรวจฎีกาเนื่องจากได้โต้แย้งด้วยวาจาและหนังสือต่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แล้วว่าไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากงานยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญาและผู้รับจ้างยังไม่ส่งมอบงาน โดยในวันที่มีการเบิกจ่ายเงินช่างผู้ควบคุมงานได้รายงานผลการก่อสร้างว่าได้ดำเนินการไปได้เพียงร้อยละ 70 ของปริมาณงานทั้งหมด แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ระเบียบกฎหมายกำหนดไว้ ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเช็คให้นาย ก ทั้งที่ทราบดีว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากงานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญาและผู้รับจ้างยังไม่ส่งมอบงานและยังไม่มีการตรวจรับงานแต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบฎีกาเบิกเงิน เมื่อไม่ครบถ้วนถูกต้องสามารถยับยั้งโดยการไม่ลงลายมือชื่อเพื่อมิให้เช็คเบิกจ่ายเงินมีผลสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่องค์การบริหารส่วนตำบลทำข้อตกลงทางธนาคารไว้ แต่ก็หาได้กระทำไม่ กลับเลือกวิธีการเบิกจ่ายเงินทั้งที่รู้ว่าเป็นการฝ่าฝืนขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ระเบียบกฎหมายกำหนดไว้
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่า จำเลยทั้งสามมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาเงิน จัดการและเบิกถอนเงินฝากธนาคาร กลับอาศัยโอกาสที่มีอำนาจและหน้าที่และได้รับความไว้วางใจร่วมกันกระทำความผิดเสียเอง อันแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์สุจริตและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ลักษณะการกระทำความผิดกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรงการที่จำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดและเคยประกอบคุณงามความดีต่อสังคมมาก่อนเป็นเพียงเหตุผลส่วนตัว ยังไม่เพียงพอที่จะเห็นสมควรรอการลงโทษ เนื่องจากไม่เหมาะสมกับสภาพความผิด ทั้งยังเป็นเยี่ยงอย่างให้แก่ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก
พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 5 ปี
*คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีหมายเลขดำที่ อท 12/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 7077/2563
การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตใดๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจอย่างถูกต้องเหมาะสม ระมัดระวังไม่ใช้เกินขอบเขตของระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ และต้องรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของส่วนรวมด้วย ก็จะเป็นเกราะป้องกันในการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ดีที่สุด ไม่เกิดเหตุเหมือนกับกรณีศึกษาดังกล่าว
-----------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
หากประชาชนพบความผิดปกติในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เช่น การยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการปกปิดข้อเท็จจริง กฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและร้องเรียนได้อย่างถูกต้อง มาดูช่องทางการร้องเรียนและการชี้เบาะแสต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ควรรู้กัน
ช่องทางการร้องเรียน หรือชี้เบาะแสผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
หากผู้ใดพบว่าบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่เปิดเผยไว้มีความผิดปกติ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน
และหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถส่ง
เรื่องร้องเรียนหรือชี้เบาะแสไปยังช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1. สถานที่ตั้งของหน่วยงาน
1.1 สำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง เลขที่ 361 ถนนนนทบุรี ตำบลท่าทราย
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
1.2 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ทุกจังหวัด
2. แจ้งข้อมูลร้องเรียนหรือชี้เบาะแสผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) ร้องเรียนไปยัง
Email : complaint.nacc@nacc.go.th
3. แจ้งข้อมูลร้องเรียนหรือชี้เบาะแสผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ป.ป.ช. https://wbs.nacc.go.th/
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
📘 OECD คืออะไร?
OECD หรือองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา คือองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1961 มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำหน้าที่ส่งเสริมนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุม ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 38 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก 🌍✨
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
🌍 OECD คือองค์กรสำคัญระดับโลกที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของประเทศสมาชิกและภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วโลก
บทบาทหลักของ OECD
1️⃣ ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เชิงนโยบายระหว่างประเทศ
2️⃣ รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสถิติที่สำคัญ พร้อมเป็นแหล่งองค์ความรู้เชิงลึกระดับประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ
3️⃣ กำหนดมาตรฐานสากลในหลากหลายสาขาที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ผ่านตราสารและเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และความร่วมมือด้านภาษี สิ่งแวดล้อม พลังงาน การศึกษา การต่อต้านคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาล
-------------------------------------------
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ‼️
คอร์รัปชันไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มักเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่อำนาจถูกได้มาอย่างไม่สุจริต เมื่อการเลือกตั้งไม่โปร่งใส วงจรการโกงจึงเริ่มหมุน และขยายตัวจนกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม
“หยุดวงจรโกง เริ่มที่การเลือกตั้งสุจริต”
การทุจริตทางการเมือง เริ่มต้นตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้งผ่านการซื้อเสียงและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เมื่ออำนาจได้มาโดยความไม่สุจริต การใช้อำนาจย่อมบิดเบือนจากเป้าหมายเพื่อสาธารณะ กลายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง การเมืองที่เริ่มต้นจากความไม่โปร่งใส จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะลงเอยด้วยการคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง
ในระดับโครงสร้าง การทุจริตเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ และภาคธุรกิจ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน จนก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์ และเครือข่ายผลประโยชน์ร่วมกัน การทุจริตจึงไม่ใช่เพียงพฤติกรรมเฉพาะบุคคล แต่กลายเป็นวงจรเชิงระบบที่ฝังตัวอยู่ในกลไกการเมือง การบริหาร และเศรษฐกิจ การเข้าสู่อำนาจที่ขาดความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทาง จึงนำไปสู่การใช้อำนาจที่ขาดความสุจริตในปลายทาง และขยายตัวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเชิงโครงสร้างในสังคม